ในกรณีที่ต้องเดินทางโดยไม่มีที่กำบัง ควรคลายสายสะพายไหล่ และปลดเข็มขัดนิรภัยและสายรัดหน้าอก เพื่อให้สามารถแยกกระเป๋าออกจากตัวได้เร็วที่สุดในกรณีที่เกิดอันตราย ตะเข็บของกระเป๋าเป้ที่บรรจุของแน่นนั้นค่อนข้างตึงอยู่แล้ว หากกระเป๋าเป้ถูกกระแทกอย่างแรงหรือตกโดยไม่ได้ตั้งใจ ตะเข็บอาจขาดได้ง่าย หรือตัวล็อกอาจเสียหายได้ ไม่ควรวางอุปกรณ์ที่เป็นเหล็กแข็งไว้ใกล้กับผ้าของกระเป๋าเป้: หากวางวัสดุแข็ง เช่น เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ชุดหม้อ ฯลฯ ไว้ใกล้กับผ้าของกระเป๋าเป้ ผ้าของกระเป๋าเป้จะสึกหรอได้ง่ายเพียงแค่พื้นผิวของกระเป๋าเป้เสียดสีกับผนังหินแข็งและราวบันไดเพียงเล็กน้อย
ระหว่างการขนส่ง คุณควรระมัดระวังในการรัดสายรัดอุปกรณ์ต่างๆ เพราะมักจะมีแรงดึงเกิดขึ้นเสมอเมื่อคุณขึ้นและลงจากเป้สะพายหลัง ดังนั้นเมื่อคุณขึ้นรถ คุณควรตรวจสอบว่าหัวเข็มขัดรัดเอวได้รัดแน่นดีแล้วหรือไม่ เป้สะพายหลังบางรุ่นมีหัวเข็มขัดรัดเอวแบบนุ่ม ซึ่งสามารถพับเก็บไว้ที่ส่วนล่างของกระเป๋าได้ แต่บางรุ่นมีสายรัดที่รองรับด้วยแผ่นพลาสติกแข็ง ซึ่งไม่สามารถพับเก็บและรัดได้ และอาจแตกหักได้ง่าย จึงควรใช้ผ้าคลุมเป้สะพายหลังเพื่อป้องกันไม่ให้สายรัดพันกันกับเป้สะพายหลังอื่นๆ และอาจทำให้เป้สะพายหลังเสียหายระหว่างการดึง
ระหว่างการตั้งแคมป์ ควรรัดกระเป๋าเป้ให้แน่นเพื่อป้องกันสัตว์เล็ก ๆ เช่น หนู ขโมยอาหาร และแมลงกับมดเข้าไป ในเวลากลางคืน ต้องใช้ผ้าคลุมกระเป๋าเป้ แม้ในสภาพอากาศแจ่มใส น้ำค้างก็ยังสามารถทำให้กระเป๋าเป้เปียกได้
วิธีการดูแลรักษากระเป๋าเดินทางผ้าใบ:
1. การซัก: เติมผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าเล็กน้อยลงในน้ำสะอาด แล้วค่อยๆ ขัดถู หากมีคราบฝังแน่น ให้ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบาๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน พยายามอย่าให้น้ำโดนส่วนที่เป็นหนัง
2. การตากแห้ง: เมื่อต้องการตากแห้ง โปรดพลิกด้านในของกระเป๋าออกมาด้านนอก แล้วแขวนคว่ำลงเพื่อตากให้แห้ง ซึ่งจะช่วยรักษารูปทรงเดิมของกระเป๋าได้ หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง การตากในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทสะดวกเป็นวิธีที่ดีที่สุด
3. การเก็บรักษา: หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน โปรดเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดทับ ความชื้น หรือการพับงอจนเสียรูปทรง
วันที่โพสต์: 20 ตุลาคม 2565